ิพม. จัดใหญ่! เวทีวิชาการระดับชาติปี 2569 ชูแนวคิด "Smart Social Synergy" ดัน8 นโยบายมุ่งสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส
ิพม. จัดใหญ่! เวทีวิชาการระดับชาติปี 2569 ชูแนวคิด "Smart Social Synergy" ดัน8 นโยบายมุ่งสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-11 จัดงานโครงการเวทีวิชาการพัฒนาสังคมระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด
"Smart Social Synergy เทคโนโลยีเชื่อมใจ ครอบครัว-ชุมชนก้าวไกล สร้างอาชีพใหม่ สู่สังคมอยู่ดี มีโอกาส" ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมปรินซ์ 3 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน เพื่อแสดงพลังเครือข่ายคนทำงานด่านหน้าทั่วประเทศ
โครงการเวทีวิชาการพัฒนาสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Smart Social Synergy เทคโนโลยีเชื่อมใจ ครอบครัว-ชุมชนก้าวไกล สร้างอาชีพใหม่ สู่สังคมอยู่ดี มีโอกาส" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ แสดงพลังเครือข่ายและนวัตกรรมจากคนทำงานด่านหน้าทั่วประเทศ พร้อมรับมือกับวิกฤตโครงสร้างประชากร
นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตโครงสร้างประชากรที่ท้าทาย ทั้งการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์และอัตราเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. จึงได้มอบนโยบายสำคัญ 8 ด้าน เพื่อเป้าหมายในการสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน ซึ่งเป็นการพลิกบทบาทจากการเป็นเพียงผู้สงเคราะห์ สู่การเป็น
ผู้สร้างโอกาส โดยเวทีวิชาการครั้งนี้ได้นำนโยบายมาบูรณาการสู่การปฏิบัติจริงในหลายมิติ เป็น 4 หัวข้อหลัก ได้แก่
1. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และ ราชการเป็นมิตร: มีการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลผ่านเครื่องมือสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-Logbook) เพื่อชี้เป้าหมายคนจนระดับครัวเรือนให้แม่นยำ และแอปพลิเคชัน "พม. CARE" เพื่อยกระดับบริการ e-Service ให้กลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงสิทธิ
2. ด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว และผู้สูงอายุ: มุ่งเน้นการรับมือวิกฤตประชากรแบบมุ่งเป้า ผ่านการสร้างสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็ง
3. ด้านชุมชนเข้มแข็งและที่อยู่อาศัย: สะท้อนผ่านการนำเสนอนวัตกรรมชุมชนจากภูมิภาคเพื่อพิสูจน์พลังของการแก้ปัญหาด้วยเครือข่ายฐานราก
4. ด้านการสร้างอาชีพและการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านนโยบาย "1 ตำบล 1 ผู้บริบาล" และเดินหน้าแก้หนี้ให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนกิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิชาการจากสำนักงานส่งเสริม
และสนับสนุนวิชาการ (สสว.) 1-11 และเครือข่ายต้นแบบจาก 4 ภาค รวมถึงไฮไลต์สำคัญอย่าง การบรรยายพิเศษ (TED Talk) "ทางรอดสังคมไทย": รับฟังมุมมองเชิงลึกในหัวข้อ “แก่ก่อนรวย วิกฤตคนรุ่นใหม่ ไม่อยากมีลูก
แล้วอนาคตประเทศไทย จะฝากความหวังไว้ที่ใคร?” โดย ผศ.ดร.ธนานนท์ บัวทอง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ หัวข้อ “ในโลกที่เปลี่ยนไว ไม่ใช่แค่รอด แต่ต้องเริงร่า” โดย นางสาวสุชนา สินธวถาวร จากผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)
- 2 -
นอกจากนี้ยังมีเปิดมุมมองการทำงานข้ามพื้นที่ นำเสนอความสำเร็จของการสานพลังเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งและแก้ปัญหาหนี้สิน โดยมีผู้นำเครือข่ายจาก 5 พื้นที่ต้นแบบร่วมแลกเปลี่ยน ได้แก่
- สสว.1 (ภาคกลาง): นายอภิสิทธิ์ อัครวรรธนกุล นายกเทศมนตรีตำบลเชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นำเสนอนวัตกรรม “สูงวัยรู้ทันสื่อ” (ศูนย์เตือนภัยในชุมชน) ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ
- สสว.3 (ภาคกลาง): นายวีระกิตติ์ ชั้นอินทร์งาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางระกำ อ.บางเลน จ.นครปฐม นำเสนอ “บางระกำคราฟต์ (Bangrakam Craft)” นวัตกรรมการสร้างอาชีพและแก้ไขปัญหาหนี้สิน
- สสว.7 (ภาคกลาง): นางสาวจรรยา กลัดล้อม ประธานคณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท นำเสนอ “นวัตกรรมสิ่งทอผ้าดอกดาวเรือง” งานฝีมือสร้างอาชีพสร้างรายได้
- สสว.9 (ภาคเหนือ): ผศ.ดร.วุฒิกานต์ ปุระพรหม ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน (UDC) ม.แม่โจ้ นำเสนอ "ต้นแบบเมืองที่เป็นมิตรฯ (Age Friendly City)" นวัตกรรมบ้านน็อคดาวน์ยกระดับ
ที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ
- สสว.11 (ภาคใต้): ว่าที่ ร.ต.วินิจ เจตมหันต์ หัวหน้าฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก
จ.นราธิวาส นำเสนอ “น้องอ้อมปันสุขโกลก” นวัตกรรมผ้าอ้อมใช้ซ้ำได้ ช่วงท้ายของงานยังมีการระดมสมองผ่านกิจกรรมกลุ่มย่อย World Cafe ใน 4 หัวข้อหลัก เพื่อนำไปสู่การสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติต่อไป
นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง พม. กล่าวทิ้งท้ายว่า "สังคมที่ดีไม่ได้เกิดจากนโยบาย
บนแผ่นกระดาษ แต่เกิดจากคนที่เชื่อว่าตนเองสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้อื่นได้" พร้อมย้ำให้บุคลากร พม. ทุกคนภูมิใจในฐานะ "กำแพงพิงหลัง" ของประชาชนกลุ่มเปราะบาง และขอให้ทุกภาคส่วนจับมือร่วมกันเพื่อเปลี่ยนนโยบาย
____________________________
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น